วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

สำนึกของดารากับสื่อบันเทิงไทย


สำนึกของดารากับสื่อบันเทิงไทย




ขอบคุณภาพจาก เดลินิวส์
“สุนัขขี้เรื้อนเลียปากเรา เราก็ไม่เลียปากมันคืนหรอกนะคะ”
“ถ้าว่างนัก ก็ไปเล่นกับเด็กข้างบ้านเถอะค่ะ หนูไม่มีเวลาเล่นด้วย หรือถ้าไม่มีอะไรทำจริงๆ ก็ไปแต่งหญิงก็ได้”
คำพูดที่ยกมานี้ไม่ได้ตัดตอนมาจากบทละครสถานีโทรทัศน์ที่ไหนทั้งสิ้น แต่เป็นถ้อยคำที่หลุดออกจากปากดาราสาวสวยแนวหน้าของวงการบันเทิงไทยหลังเกิดเหตุวิวาทะกับบริษัทออแกไนเซอร์เรื่องค่าตัวจ่ายไม่ครบตามสัญญา จนลุกลามกลายเป็นเรื่องดาราหลีกเลี่ยงภาษีเขย่าขวัญบุคคลในวงการบันเทิงทุกหย่อมหญ้าอยู่ ณ ขณะนี้
ยิ่งไปกว่านั้นระหว่างที่กำลังเป็นข่าวครึกโครม ดาราสาวท่านนี้ยังได้ลงรูปตัวเองในอินเทอร์เน็ต ขณะถ่ายกับลูกชายอดีตปลัดกระทรวงการคลังพร้อมคำบรรยายว่า “อย่ามีเรื่องกับพวกเรานะเว้ยยยยย” ไม่มีใครทราบถึงเจตนาที่แท้จริงของเจ้าหล่อน แต่คนส่วนใหญ่เดาว่าคงต้องการปรามคู่กรณีว่า “อย่าแหลม”
ความจริงแล้ว วาจาเผ็ดร้อนและพฤติกรรมกร่างแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเจ้าตัวเคยประกาศก้องว่า “ไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีของเยาวชนหรือเป็นแฟนต้ายุวทูตที่ต้องคำระมัดระวังคำพูด”
สิ่งที่น่าแปลกคือเธออยู่ในวงการนี้มานานกว่าสิบปี ไม่มีใครบอกเลยหรือว่าดาราเป็นบุคคลสาธารณะที่อาจเป็นตัวอย่างที่ดีของประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนอนาคตของประเทศได้ คำให้สัมภาษณ์ของเธออาจทำให้เด็กจำนวนไม่น้อยคิดและเชื่อว่าการเรียกบุคคลอื่น โดยเฉพาะฝ่ายตรงข้ามเป็นสุนัขขี้เรื้อนนั้นเป็นเรื่องธรรมดา
ยิ่งไปกว่านั้นการลงรูปตัวเองกับลูกหลานคนใหญ่คนโตหรือนักการเมืองบุญหนักศักดิ์ใหญ่ทั้งหลายสะท้อนค่านิยมที่น่ารังเกียจมากในสังคมไทยคือ เมื่อมีเรื่องมีราวเกิดขึ้น ผิดถูกอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง ทางที่ดีเราต้องอิงผู้ใหญ่ไว้ก่อนปลอดภัยดีที่สุด
นอกจากสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมของดาราแล้ว การสาดโคลนใส่กันผ่านสื่อระหว่างดาราสาวกับคู่กรณียังตอกย้ำให้เห็นสิ่งที่ขาดหายไปจากการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน โดยเฉพาะสื่อบันเทิงทั้งหลายที่ตอนนี้มีเป็นร้อยๆสำนัก เวลาสัมภาษณ์ทีแหล่งข่าวแทบจะต้องเอาไมโครโฟนทัดหูไว้ด้วยข้างละอัน
ตอนนี้ดูเหมือนว่านักข่าวบันเทิงที่ดีคือคนที่ตั้งคำถามให้แหล่งข่าวพูดออกมาจากอย่างเผ็ดร้อนที่สุด แล้วคำพูดที่เผ็ดร้อนเหล่านั้นก็จะกลายเป็นพาดหัวข่าวหรือถูกออกอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอก ย้ำให้เยาวชนผู้เสพสื่อเกิดความเคยชินว่าเป็นเรื่องธรรมดา หรือ ชื่อด้วยซ้ำไปว่า “ยิ่งแรง ยิ่งดี”
นักข่าวหรือสื่อบันเทิงก็เหมือนลืมหน้าที่สำคัญของตัวเองคือ ให้สาระแก่คนชมหรือผู้เสพสื่อ ไม่ใช่ “เอามันส์” อย่างเดียว อย่างกรณีที่เกิดขึ้นแทบจะไม่มีสื่อ(บันเทิง) สำนักไหนไปทำรายงานพิเศษเรื่องการเลี่ยงภาษีของดารา เป็นต้น แต่ละวันสื่อแต่ละสำนักมุ่งไปหรือไปดักถามว่า “ว่ายังไงต่อ”
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือว่า นักข่าวบันเทิงสมัยนี้ไม่ต้องทำการบ้านทั้งก่อนและหลังทำข่าว งานสบายๆคือถือไมโครโฟนจูงมือตากล้อง ไปเจอแหล่งข่าวคือ ถามเลยว่า “น้องจะว่าอย่างไรคะ ฝ่ายโน้นว่าอย่างนี้...” และในวันเดียวกันก็อีกอีกฝ่ายหนึ่ง ก็ถามคำถามว่า “น้องจะว่าอย่างไรคะ อีกฝ่ายหนึ่งว่าอย่างนี้...” เสร็จเรียบร้อยก็ไปตัดต่อหรือเขียนข่าวส่ง แค่นี้ก็ได้ข่าวชิ้นใหญ่แล้ว จบไปหนึ่งวัน รุ่งขึ้นก็ทำแบบเดิม เรียกว่า หากินกับการ “เสี้ยม” ก็ไม่น่าจะผิด
ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ นักข่าวบันเทิงปวารนาตัวเป็นกองเชียร์ด้วยเวลาสัมภาษณ์แหล่งข่าว เวลาดาราพูดแรงๆออกมา กองทัพนักข่าวที่รายรอบอยู่มักจะส่งเสียงปรบมือและหัวเราะหัวใคร่กันอย่างสนุกสนาน บรรยากาศการให้สัมภาษณ์ไม่ต่างจากเพื่อนฝูงตั้งกองนินทาใครสักคนที่ไม่อยู่ ณ ที่นั้น  
จริงอยู่ดารากับนักข่าวเจอหน้ากันบ่อยๆ สัมภาษณ์กันบ่อยๆ ก็อาจจะจำหน้ากันได้ จนมีความสนิทสนมกันระดับหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าขณะนั้นต่างฝ่ายต่างมีสถานะที่ไม่ใช่เพื่อนหรือคนคุ้นเคย แต่เป็นสื่อมวลชนกับแหล่งข่าว ซึ่งแต่ละฝ่ายก็มีหน้าที่ต่อสังคมด้วยกันทั้งสิ้น
เพราะฉะนั้น ถ้ารักจะเป็นนักข่าวบันเทิงอย่ามักง่าย ทำงานแบบไม่ต้องทำการบ้านจนถนัดเรื่องเดียวคือ “เสี้ยมเขาควายให้ชนกัน”  ตลอดจนอย่าถือสนิทแหล่งข่าวจนเสียความเป็นกลาง นักข่าวที่ไม่เป็นกลางก็คือสื่อมวลชนไร้วิญญาณนี่เอง
ขณะเดียวกันดาราก็อย่าตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของตัวเองหรือปลิวไปตามลมปากชักพาของผู้สื่อข่าว ขอให้เตือนตัวเองด้วยโคลงโลกนิติบทนี้
ก้านบัวบอกลึกตื้น                              ชลธาร
มารยาทส่อสันดาน                             ชาติเชื้อ
โฉดฉลาดเพราะคำขาน                     ควรทราบ
หย่อมหญ้าเหี่ยวแห้งเรื้อ                   บอกร้ายแสลงดิน
ไม่ใช่เยาวชนดีเด่นก็เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนได้ครับเพราะเยาวชนรักและศรัทธาในตัวคุณ อย่าให้ศรัทธานี้สูญเปล่าเลยครับ
น่าเสียดาย

คุณสมบัติของ ‘ผู้สื่อข่าว’ ที่ดี


คุณสมบัติของ ‘ผู้สื่อข่าว’ ที่ดี

1)  การเป็นผู้มีบุคลิกอยากรู้อยากเห็น (Curiosity ) ผู้สื่อข่าวอาจเปรียบเทียบได้กับนักสืบ คือ เมื่อมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นย่อมมีวามอยากรู้อยากเห็น สงสัย และสนใจในรายละเอียดต่าง ๆ ของข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ

2)  การเป็นคนช่างสังเกต (observance) ผู้สื่อข่าวต้องเป็นคนช่างสังเกตในรายละเอียดปลีกย่อย มีความรอบคอบ พิถีพิถันในการสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ละเลยหรือมองข้ามรายละเอียดหลักหรือสำคัญ

3)  การมีความไวต่อข่าว (Nose for News) ผู้สื่อข่าวที่ดีควรเป็นผู้ที่มีความสามารถพิเศษในการรับรู้ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบด้าน เปรียบได้กับผู้มีประสาทสัมผัสที่หก (Sixth Sense) คือ สามารถที่จะคาดการณ์ได้ว่าน่าจะเกิดเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเป็นข่าวได้ หรือมีทักษะที่จะรับทราบได้อย่างรวดเร็วว่ามีเหตุการณ์อะไรขึ้น

4)  การเป็นผู้ที่มีความอดทน (Endurance) ผู้สื่อข่าวต้องเป็นผู้ที่มีความอดทนสามารถทำงานได้ในทุกสถานการณ์ เนื่องจากงานสื่อข่าวเป็นงานที่ทำไม่เป็นเวลา ไม่ทราบกำหนดเวลาที่แน่นอนของการปฏิบัติหน้าที่ว่าจะเริ่มต้นหรือสิ้นสุดลงเมื่อใด ต้องทำงานแข่งกับเวลา มีเส้นตาย (Deadline) หรือกำหนดส่งต้นฉบับคอยกำกับการทำงาน

5)  การเป็นผู้ที่มีจินตนาการ (Imagination) ผู้สื่อข่าวต้องเป็นผู้ที่มีจิตนาการเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงปลีกย่อยในแต่ละประเด็นของเหตุการณ์เข้าด้วยกัน

6)  มีความกล้า (Courage) ผู้สื่อข่าวที่ดีต้องเป็นผู้ที่มีความกล้าเสี่ยงกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากธรรมชาติ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับข่าว เหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงในขณะปฏิบัติหน้าที่สื่อข่าว และกล้าที่จะยืนหยัดนำเสนอในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นจริงไปรายงานสูการรับรู้ของสาธารณชน

7)  การเป็นผู้มีความรอบรู้(knowledge ability) ผู้สื่อข่าวต้องเป็นผู้ที่มีความรอบรู้ เพราะผู้ที่จะประกอบอาชีพผู้สื่อข่าวต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ รอบด้าน

8)   การเป็นผู้ที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเนื่องมาจากผู้สื่อข่าวต้องปฏิบัติงานด้วยการติดต่อกับบุคคลหลากหลายประเภท

9)  มีความรับผิดชอบและตรงต่อเวลาผู้สื่อข่าวต้องมีความรับผิดชอบต่อการนำเสนอข่าวที่ถูกต้อง ครบถ้วน มีประโยชน์ ช่วยยกระดับรสนิยมและจิตใจของประชาชนให้สูงขึ้น รวมถึงมีความสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมโดยส่วนรวม

10)  มีความสามารถในการรักษาหรือปกปิดความลับ เนื่องจากงานสื่อข่าวเป็นงานที่ต้องอาศัยแหล่งข่าวในการให้ข้อมูลข้อเท็จจริง

11)  มีความสามารถในการทำงานอย่างรวดเร็วและถูกต้อง เนื่องจากงานสื่อข่าวเป็นงานที่ต้องแข่งกับเวลา

12)  มีไหวพริบปฏิภาณ

ที่มา : http://th-th.facebook.com/notes/jr-arsa/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B5/403532303009257

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

นาฬิกาเรือนเก่า Palmy

นาฬิกาเรือนเก่า Palmy
คำร้อง ตรัย ภูมิรัตน / ทำนอง รุ่งโรจน์ ผลหว้า /เรียบเรียง รุ่งโรจน์ ผลหว้า
Digital Download *1230555

ด้วยดนตรีของเพลงนี้ มีเสียงเหมือนเสียงนาฬิกาตุ้มเหล็ก เลยถูกหยิบมาเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนเนื้อเพลง ที่เปรียบความรักครั้งเก่าเหมือนนาฬิกาเรือนเก่า คนที่ยังลืมความรักครั้งเก่าไม่ได้ก็เหมือนคนที่ยังยึดติดใช้ชีวิตกับอยู่กับช่วงเวล­าเก่าๆที่เคยมีความสุขโดยได้ บอย ตรัย ภูมิรัตน มาแต่งเนื้อร้องให้เป็นเพลงช้าเพลงที่2ในอัลบั้ม 5 (Five) ที่ทำเป็นมิวสิกวิดีโอโดยเพลงนี้ถูกตีความออกมาเป็นหนังรักแนวซาบซึ้งปนหลอน กับความสูญเสียที่มากกว่าคำว่าเลิกกัน แต่เป็นการสูญเสียแบบไม่มีวันกลับมาได้ จิม โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ ผู้กำกับร้อยล้าน จากลัดดาแลนด์ ทั้งเขียนบทและกำกับ นำแสดงโดยปีเตอร์ นพชัย ชัยนาม


ที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=W_NT7IaK9V0&feature=relmfu

รายงานข่าวอย่างไร ไม่ตกเป็นเป็นจำเลย


รายงานข่าวอย่างไร ไม่ตกเป็นเป็นจำเลย



การรายงานข่าวของสื่อมวลชนในปัจจุบัน เข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะกรณีเด็กและเยาวชน ทำให้สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เรียกร้องให้สื่อมวลชนเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด
สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จัดสัมมนาในหัวข้อ "รายงานข่าวอย่างไร ไม่ตกเป็นจำเลย" เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย ในการรายงานข่าวของสื่อมวลชน เนื่องจากการเสนอข่าวในปัจจุบันเข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่บ่อยครั้ง

นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการบริหาร สถาบันอิศรา กล่าวว่า ปัจจุบันการรายงานข่าวกรณีเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน มีความเสี่ยงที่จะเข้าข่ายการละเมิดสิทธิฯ มากที่สุด เนื่องจากมีกฎหมายคุ้มครองหลายฉบับ เช่น พรบ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีการพิจารณาคดี พ.ศ.2553, ประมวลกฎหมายอาญา และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ที่ผ่านมากฎหมายเหล่านี้ ยังไม่เคยถูกบังคับใช้กับสื่อมวลชนอย่างเคร่งครัด ทำให้ยังคงมีการกระทำผิดอยู่บ่อยครั้ง

นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ด้านกฎหมาย และการปฎิบัติที่ไม่เป็นธรรม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แสดงความไม่เห็นด้วย กรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐจัดการแถลงข่าวจับผู้ต้องหา และอนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพราะทั้ง 2 กรณี จะทำให้ผู้ต้องหาตกเป็นจำเลยของสังคม

สอดคล้องกับนายเจษฏา อนุจารี สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เรียกร้องให้สื่อมวลชนเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะแม้ว่าสื่อจะมีเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสาร แต่ก็จำเป็นต้องไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น
รองประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้สภาวิชาชีพฯ จะไม่มีอำนาจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อสื่อมวลชน แต่หากพบการกระทำที่ผิดจริยธรรม จะออกคำเตือนและคำแนะนำ เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้อง ซึ่งถือเป็นวิธีการกำกับดูแลสื่อด้วยกันเองอีกรูปแบบหนึ่ง

และหากประชาชนพบเห็นการนำเสนอข่าวที่ไม่เหมาะสม หรือผิดกฎหมาย ก็สามารถร้องเรียนได้ที่สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้เช่นกัน

ที่มา : http://news.voicetv.co.th/thailand/12171.html

LADY :)




เพลง Lady 25 hours

สังกัด: บีลีฟ เรคคอร์ด (Believe Records)
สมาชิกในวง
"แหลม" สมพล รุ่งพาณิชย์ (ร้องนำ)
"โฟร์" ประทีป สิริอิสสระนันท์ (กีต้าร์)
"ปู๋" ปิยะวัฒน์ มีเครือ (กีต้าร์)
"บัง" เอกศิริ กำบังภัย (เบส)
"จ๊อบ" กฤตพงษ์ สกุลนามอเนก (กลอง)

ซิงเกิ้ลเพลง "Lady"
เพลงที่ผู้หญิ้ง ผู้หญิง ที่สุดจาก 25 hours อีกหนึ่งบทเพลงพิเศษที่คุณจะลืมไม่ลง
"Lady" เพลงใหม่ล่าสุดกับโปรเจคต์สุดพิเศษจาก 25 hours
กับสีสันของจังหวะดนตรีในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยได้ยินจาก 25 hours มาก่อน
ด้วยบรรยากาศเพลงที่มีส่วนผสมของดนตรี Disco ในช่วงปลายยุค 70
ที่บรรยายถึงเสน่ห์และความพิเศษที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวของผู้หญิง ที่สามารถทำให้ผู้ชายแทบละลายแค่เพียงครั้งแรกที่ได้เจอ นอกจากนี้ยังมีประโยคเนื้อร้องเด็ดๆ ที่พร้อมจะทำให้ผู้หญิงทุกคนบนโลกใบนี้รู้สึกเหมือนบินได้ ประกอบกับลูกเล่นในการร้องที่เป็นเอกลักษณ์
ซึ่งทุกสิ่งคือส่วนประกอบของการสร้างสรรค์แบบ 25hours ที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกถึงเพลงที่แปลกใหม่อยู่เสมอ


ที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=X4sJii45v8M

ข่าวคืออะไร

        ข่าวคือ ?

        ข่าว คือเหตุการณ์ ข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็นที่ได้รับการรายงานเป็นสิ่งที่คนทั่วไปให้ความสนใจ เพราะถ้าเหตุการณ์ที่ถึงแม้ว่าจะมีคนสนใจมากเพียงใดแต่ไม่ได้รับการรายงานก็ไม่ถือว่าเป็นข่าว หรือว่าข่าว จะเป็นสิ่งใหม่ๆ หรือขอ้มูลใหม่ๆ ที่มีเนื้อหาสาระและประโยชน์ แต่ยังไม่เป็นที่รู้จัก

         ข่าว หรือ คำว่า NEWS ในภาษาอังกฤษจำแนกได้ดังนี้
N-NORTH
E-EAST
W-WEST
S-SOUTH

          ดังนั้นข่าวจึงมีความครอบคลุมทุกพื้นที่ทุกอาณาเขตของโลกและเป็นที่สนใจนอกจากนั้นยังต้องได้รับการรายงานอีกด้วย
          องค์ประกอบของข่าวมีดังนี้
1.ความรวดเร็ว ข่าวจะต้องเป็นเหตุการณ์ที่มีความรวดเร็วในการนำเสนอและเป็นเหตุการณ์ที่มีความทันสมัย สดใหม่ ทันต่อเหตุการณ์
2. ความใกล้ชิด เพราะข่าวที่มีความใกล้ชิดกับตัวผู้อ่านมากเท่าใดผู้อ่านก็จะให้ความสำคัญและความสนใจต่อข่าวนั้นมากยิ่งขึ้น
3.ความสำคัญหรือความเด่นของข่าว อยู่ที่ว่าข่าวนั้นจะเด่นในเรื่องใด อาจเป็นเรื่องของ บุคคลที่มีความเด่น ฐานะของผู้เป็นข่าว เวลาหรือสถานที่ที่เป็นข่าวก็สามารถมีความสำคัญต่อข่าวด้วย
4.ความกระทบกระเทือน คือการมีความใกล้เกี่ยวข้องกับผู้อ่านโดยตรงหรือมีผลกระทบต่อคนจำนวนมาก
5.ความมีเงื่อนงำ คือการค้นหาข้อเท็จจริง การมีปมในข่าว เงื่อนงำ น่าสนใจ น่าติดตาม
6.ความแปลก อาจจะเป็นในเรื่องของ คนในข่าว สิ่งของหรืออื่นๆ ที่สามารถเป็นข่าวได้นั้นต้องมีความแปลกเป็นที่สนใจของผู้อ่าน
7.ความขัดแย้ง อาจเป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคล กลุ่มบุคคล ประเทศหรือระหว่างประเทศ เช่นในปัจจุบันคือมีความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างกลุ่มพรรคไทยรักไทยกับพรรคประชาธิปปัตย์ หรือความขัดแย้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยเรา
8.อารมณ์ เป็นสิ่งที่สะเทือนอารมณ์คนอ่าน เมื่ออ่านแล้วรู้สึกคล้อยตามข่าว เช่น ข่าวการตาย การสูญเสีย รู้สึกเสียใจตาม หรือข่าวชีวิตรันทด
9.ความก้าวหน้า จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวเทคโนฯ ใหม่ๆ หรือข่าววิชาการการพัฒนา

         นอกจากนี้แล้วการที่จะเป็นข่าวได้นั้นจะต้องมีคุณสมบัติที่ถูกต้องดังนี้
1.ความถูกต้อง ข่าวต้องชัดเจน มีความถูกต้องเป็นความจริงเท่านั้น
2.ความสมดุล ข่าวต้องมีความเป็นกลางไม่ลำเอียง
3.การไม่เอาตัวเข้าไปพัวพันกับการรายงานข่าว
4.ความชัดเจนและกระทันรัด เนื้อหาของข่าวจะไม่กำกวม สองแง่สามง่าม มีความชัดเจนอ่านแล้วรู้แล้เข้าใจทันที
5.เวลา ข่าวต้องทันสมัย รวดเร็ว สด ใหม่ อยู่เสมอๆ

         การเขียนข่าวแบบปีระมิดหัวกลับจะเป็นการเขียนข่าวที่นิยมมากที่สุด คือการเขียนข่าวที่เอาความสำคัญของข่าวขึ้นมาไว้ด้านบนสุดของข่าวตามส่วนประกอบของข่าว คือ
Headline พาดหัวข่าว
Lead ความนำ เป็นส่วนที่บอกถึง 5W1H จะมีความสำคัญมากที่สุดในข่าว
Neck ส่วนเชื่อม เป็นส่วนเชื่อมโยงเนื้อหาข่าวระหว่างความนำกับเนื้อหาข่าว
Body เนื้อข่าว เป็นรายละเอียดทั้งหมดของข่าว

การเขียนวิเคราะห์ข่าวและสถานการณ์



หลักการในการวิเคราะห์ข่าว วิเคราะห์สถานการณ์



การวิเคราะห์ข่าว วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันเพื่อการสื่อสารนับเป็นวิชาที่มีความกว้างขวางในเนื้อหา และไม่มีกรอบที่ตายตัวเพราะจะมีสถานการณ์ใหม่ ๆ เข้ามาตลอด แต่โดยข้อเท็จจริงหากเรารู้หลัก แนวคิด ทฤษฎีการวิเคราะห์ในการมองเชิงระบบแล้วเราจะทำให้กรอบการมองเป็นระบบและ เชื่อมโยงกันได้ ด้วยหลักการของการวิเคราะห์ข่าว คือ จะต้องแยกแยะเนื้อหาหรือองค์ประกอบในข่าวโดยใช้หลักการ 5W 1H (Who Where Why When What How) เพราะเป็นหลักการสำคัญที่เราจะใช้วิเคราะห์ข่าว

อย่างไรก็ตามในการวิเคราะห์ข่าวหรือสถานการณ์บ้านเมือหากจะให้สมบูรณ์จริงๆจะต้องมีหลักการขององค์ประกอบในการเขียนดังนี้

· กรอบของความคิดวิเคราะห์ คือ กรอบความคิดในเรื่องที่จะวิเคราะห์

· หน่วยที่จะวิเคราะห์เช่น ถาจะวิเคราะห์การเมือง หน่วยย่อย ก็คือ นักการเมือง และพรรคการเมือง)

· ความคิดเห็น ข้อมูลที่หายาก คุณค่าของบทวิเคราะห์มักจะมาพร้อมความคิดเห็น

· มุมมอง ในมุมมองของความคิดนั้นอาจจะมีหลากหลาย อยู่ที่ว่าเราจะเลือกเอาอันไหนเข้ามาใช้ในบทวิเคราะห์

· บทสรุป ซึ่งจะมีในบทวิเคราะห์ อยู่ที่ว่าจะสรุปแบบไหนให้คนอ่านเข้าใจและเห็นด้วยกับบทวิเคราะห์