วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

การเขียนวิเคราะห์ข่าวและสถานการณ์



หลักการในการวิเคราะห์ข่าว วิเคราะห์สถานการณ์



การวิเคราะห์ข่าว วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันเพื่อการสื่อสารนับเป็นวิชาที่มีความกว้างขวางในเนื้อหา และไม่มีกรอบที่ตายตัวเพราะจะมีสถานการณ์ใหม่ ๆ เข้ามาตลอด แต่โดยข้อเท็จจริงหากเรารู้หลัก แนวคิด ทฤษฎีการวิเคราะห์ในการมองเชิงระบบแล้วเราจะทำให้กรอบการมองเป็นระบบและ เชื่อมโยงกันได้ ด้วยหลักการของการวิเคราะห์ข่าว คือ จะต้องแยกแยะเนื้อหาหรือองค์ประกอบในข่าวโดยใช้หลักการ 5W 1H (Who Where Why When What How) เพราะเป็นหลักการสำคัญที่เราจะใช้วิเคราะห์ข่าว

อย่างไรก็ตามในการวิเคราะห์ข่าวหรือสถานการณ์บ้านเมือหากจะให้สมบูรณ์จริงๆจะต้องมีหลักการขององค์ประกอบในการเขียนดังนี้

· กรอบของความคิดวิเคราะห์ คือ กรอบความคิดในเรื่องที่จะวิเคราะห์

· หน่วยที่จะวิเคราะห์เช่น ถาจะวิเคราะห์การเมือง หน่วยย่อย ก็คือ นักการเมือง และพรรคการเมือง)

· ความคิดเห็น ข้อมูลที่หายาก คุณค่าของบทวิเคราะห์มักจะมาพร้อมความคิดเห็น

· มุมมอง ในมุมมองของความคิดนั้นอาจจะมีหลากหลาย อยู่ที่ว่าเราจะเลือกเอาอันไหนเข้ามาใช้ในบทวิเคราะห์

· บทสรุป ซึ่งจะมีในบทวิเคราะห์ อยู่ที่ว่าจะสรุปแบบไหนให้คนอ่านเข้าใจและเห็นด้วยกับบทวิเคราะห์

คุณสมบัติของข่าว


คุณสมบัติของข่าว
ในการพิจารณาคัดเลือกเรื่องราวที่จะนำมาตีพิมพ์เป็นข่าวนั้น นอกจากจะต้องพิจารณาเรื่ององค์ประกอบของข่าวแล้ว ยังต้องพิจารณาด้านคุณภาพของข่าวด้วย ข่าวที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้
1.  มีความถูกต้องครบถ้วน(Accurracy) ทุกรายละเอียดของข่าวไม่ว่าจะเป็นชื่อแหล่งข่าว ตำแหน่ง หรือความคิดเห็น จะต้องถูกรายงานอย่างถูกต้องครบถ้วน เป็นข้อเท็จจริง ไม่ถูกบิดเบือน
2.  มีความสมดุลและเป็นธรรม (Balance and Fairness)  ผู้รายงานข่าวต้องนำเสนอข่าวทุกแง่ทุกมุมอย่างสมดุล เช่น เรื่องที่เสนอความขัดแย้ง ก็ต้องนำเสนอความคิดเห็นของทั้งสองฝ่ายที่โต้แย้งกันอย่างสมดุลและเป็นธรรม
3.  มีความเที่ยงตรง (Objectivity)  รายงานข่าวอย่างตรงไปตรงมาอย่างปราศจากอคติใดๆ ไม่สอดแทรกความคิดเห็นส่วนตัวของผู้รายงานข่าวเข้าไปในข่าว
4.  เข้าใจง่าย กะทัดรัด และชัดเจน (Simplicity, Concise, and Clear)  การรายงานข่าวต้องเข้าใจง่าย ให้ผู้อ่านสามารถจับประเด็นได้เร็ว ด้วยประโยคกะทัดรัด แจ่มแจ้ง
5.  ความใหม่สดทันต่อเหตุการณ์ (Recentness)  ข่าวที่นำเสนอต้องใหม่ สด ทันเหตุการณ์ เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน หนังสือพิมพ์แต่ละฉบับจึงแข่งขันกันในเรื่องความรวดเร็วของการนำเสนอข่าว ให้ถึงมือผู้อ่านเร็วที่สุด
6.  ข่าวต้องมี 5W 1H ได้แก่ Who What Where When Why และ How เพื่ออธิบายว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อใด ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น และเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอย่างไร

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

ไลฟ์การ์ดถูกไล่ออกทำคลิปล้อ'กังนัมสไตล์'


ไลฟ์การ์ดถูกไล่ออกทำคลิปล้อ'กังนัมสไตล์'


'ไลฟ์การ์ด' หรือเจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตทางน้ำ ถ่ายคลิปล้อตามกระแส 'กังนัมสไตล์' ถูกหัวหน้าไล่ออก อ้างพฤติกรรมไม่เหมาะสม


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ไลฟ์การ์ดหรือหน่วยช่วยชีวิตทางน้ำ 14 คนที่สระน้ำสาธารณะในเมืองเอลมอนเต รัฐแคลฟอร์เนีย ถูกไล่ออกจากงาน หลังทำคลิป มิวสิควิดีโอ เลียนแบบ กังนัม สไตล์ ของปาร์ก แจ ซอง หรือพีเอสวาย ศิลปินป็อปเกาหลี  ที่กำลังเป็นกระแสโด่งดังและมีการทำคลิปล้อเลียนกันอย่างสนุกสนานทั่วโลก


นายกาเบรียล กอนซาเลส หัวหน้าไลฟ์การ์ดที่โดนไล่ออกด้วย กล่าวว่า หลังจากคลิปเต้นในชุดว่ายน้ำและกางเกงขาสั้นสีแดงสด เผยแพร่ออกไปบนเวบไซต์ยูทูบในชื่อว่า "ไลฟ์การ์ด-สไตล์" ได้สร้างความไม่พอใจแก่หัวหน้า และไล่พวกเขาออกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลว่า แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมและน่ารังเกียจ ซึ่งสร้างความงุนงนแต่ตนเองมาก และคนในชุมชนก็ถามว่า คลิปวิดีโอผิดตรงไหน
 ขณะที่เจ้าหน้าที่ของเมืองเอลมอนเต ให้เหตุผลอีกอย่างว่า ไลฟ์การ์ดที่เต้นกังนัมสไตล์ ถูกไล่ออกเพราะใช้สระน้ำและเครื่องแบบที่ถือเป็นของส่วนร่วม เพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว
 บรรดานักเต้นสมัครเล่น กล่าวว่า พวกเขาทำคลิปวิดีโอกังนัมสไตล์ เพื่อบันทึกความทรงจำสนุกๆก่อนกลับไปเรียนเท่านั้น และถ่ายทำนอกเวลางาน ไม่คิดว่าจะเป็นพิษเป็นภัย และทำให้ใครต้องเดือดร้อน
 การถูกไล่ออกจากงานแบบฟ้าผ่า จะสร้างความลำบากแก่ไลฟ์การ์ดหนุ่มสาวเหล่านี้หลายคน เพราะหวังจะใช้เงินจากการทำงานช่วงฤดูร้อนจ่ายค่าหน่วยกิตและค่าหนังสือ
 ขณะนี้ ไลฟ์การ์ดทั้ง 14 คนกำลังพยายามขอกลับไปทำงานใหม่เพราะมองว่าเป็นการไล่ออกอย่างไม่เป็นธรรม โดยเปิดเฟซบุ๊ค ขอเสียงสนับสนุน และยื่นคำร้องให้ลงชื่อผ่านเวบไซต์ Change.org

สื่อสารภาษามือ

สื่อสารภาษามือง่ายๆ









ที่มา : http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=2721

KICK KICK

kick kick รักเธอมากกว่าเมื่อวาน



ที่มา www.youtube.com

วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก


3 พฤษภาคม  2555 วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก



เมื่อปี 2534 องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโกเสนอให้สมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติประกาศให้วันที่ 3 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อการรณรงค์ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับเสรีภาพของสื่อมวลชน   ในขณะเดียวกันจะมีการประกาศแถลงการณ์เพื่อแสดงให้เห็นถึงท่าทีและจุดยืนของสื่อมวลชนไทยด้วย  จึงถือว่าเป็นวันที่ผู้ที่ทำงานด้านสื่อจะต้องทบทวนและพูดคุยกัน โดยเฉพาะเรื่องสิทธิในการแสดงออกและจริยธรรมของวิชาชีพ
ในทุกๆปี  วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกถือเป็นวันสำคัญของนักสื่อสารมวลชน  เพื่อเป็นการย้ำถึงเจตนารมณ์และหลักการที่เป็นพื้นฐานของเสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลกซึ่งก็คือเสรีภาพในการแสดงออก   ในวันสำคัญนีจึงถือว่าเป็นวาระที่ประเทศต่างๆ  รัฐบาล ประชาชน และสื่อมวลชนเองจะได้ร่วมกันปลุกจิตสำนึก   นับเป็นโอกาสดีที่จะได้มีการพิจารณาและพัฒนาข้อคิด  ข้อเสนอต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชน  ในขณะเดียวกันเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้มีการประเมินสถานการณ์ของเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชน
เสรีภาพของสื่อมวลชนเถือเป็นรากฐานของสิทธิมนุษยชน   และเป็นหลักประกันเสรีภาพอื่นๆด้วย เสรีภาพของสื่อมวลชนจะกระตุ้นให้เกิดความโปร่งใส  และธรรมาภิบาล   เพื่อเป็นหลักประกันว่าสังคมจะได้รับความยุติธรรมที่แท้จริง   อีกทั้งยังเป็นสะพานที่นำไปสู่การสร้างความเข้าใจและความรู้   สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและวัฒนธรรมระหว่างประเทศต่างๆ อันเป็นเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความเข้าใจที่แท้จริง และความร่วมมือระหว่างประเทศที่ยืนนาน
วันที่ 3 พฤษภาคมของทุกปี องค์กรที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลกจะได้มีการย้ำเตือนรัฐบาลทุกประเทศให้ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามพันธะสัญญาที่จะเคารพสิทธิในการแสดงออกของสื่อมวลชน   แม้ว่าในปัจจุบันเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชน   ยังไม่เป็นที่ยอมรับและเคารพในหลายประเทศ ทั้งๆ ที่เป็นตัวจักรสำคัญในขบวนการประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของประชาชนในขบวนการตัดสินใจ พลเมืองจะตัดสินใจลงคะแนนเสียงได้ถูกก็ต่อเมื่อได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าถึงข้อมูลและความคิดเห็นได้อย่างอิสระ และแสดงความเห็นได้อย่างอิสระ เสรีภาพในการแสดงออกไม่ได้สำคัญต่อศักดิ์ศรีของแต่ละคนเท่านั้น แต่ยังสำคัญต่อการมีส่วนร่วม การตรวจสอบ และประชาธิปไตยอีกด้วย
วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกเป็นโอกาสที่สื่อฯจะได้บอกกล่าวและกระตุ้นให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชน และจะได้รับรู้ว่า มีสื่อมวลชนทั่วโลก ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกโดยการเซ็นเซอร์ข่าวและงานเขียน สำนักพิมพ์ถูกปรับ ถูกขู่ ถูกปิดชั่วคราวหรือถาวร และผู้สื่อข่าว บรรณาธิการถูกทำร้าย ถูกคุมขังหรือถูกฆ่า

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

บทบาทสื่อมวลชนกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

บทบาทสื่อมวลชนกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ถึงแม้สังคมจะตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นดังกล่าวที่รุนแรง ขึ้นทุกขณะ   แต่คนในสังคมก็ยังไม่ให้ความสำคัญหรือหันมาช่วยกันรักษา หรือร่วมกันรักษาธรรมชาติที่ลดน้อยลงไปทุกวัน  ในฐานะของหน่วยงานที่ทำงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเห็นว่า เครื่องมือหนึ่งที่จะทำให้ประชาชนหันมาให้ความสนใจกับปัญหานี้ คือการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน

ดังนั้น จึงคิดว่าควรจะศึกษานโยบายของสื่อในการนำเสนอข่าว สกู๊ป และบทความที่มีเนื้อหาด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงศึกษาประเด็นและคุณลักษณะของเนื้อหาที่นำเสนอโดยได้ดำเนินการศึกษา เปรียบเทียบการนำเสนอข่าวและบทความด้านสิ่งแวดล้อมของหนังสือพิมพ์2 ฉบับคือหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และหนังสือพิมพ์ข่าวสด ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน คือระหว่างเดือนตุลาคม – เดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 และสัมภาษณ์หัวหน้าข่าวของหนังสือพิมพ์ทั้ง 2 ฉบับ  ซึ่งมีหน้าที่ในการตัดสินใจเลือกข่าวนำเสนอ 

ผลที่ได้รับจากการศึกษา พบว่าในช่วง 3 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์จะนำเสนอข่าวและบทความสิ่งแวดล้อมรวมทั้งหมด 167 เรื่อง ในขณะที่หนังสือพิมพ์ข่าวสดนำเสนอ 109 เรื่อง แต่เมื่อพิจารณาถึงที่มาของแหล่งข่าวแล้วพบว่า หนังสือพิมพ์ข่าวสดมีแหล่งที่มาของข่าวหลากหลายกว่า ในขณะที่เดลินิวส์จะเน้นแหล่งข่าวที่เป็นภาครัฐเสียส่วนใหญ่ ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายของหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับ

จากผลการศึกษาดังกล่าวเป็นไปได้ไหมว่าหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับจะมีผู้สื่อข่าว ที่ติดตามข่าวสิ่งแวด ล้อม เพื่อจะได้ติดตามข้อมูลในด้านต่างๆ พร้อมทั้งมีแหล่งข่าว  เพื่อรับรู้ข้อมูลเพิ่มมากขึ้น และสื่อมวลชนจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญยิ่งในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

ที่มา : http://www.tja.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=1828:2010-06-29-10-57-00&catid=123:-11&Itemid=32